CocO_jean 的个人资料C.lisa照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
C.lisa゚’゚・.。.:* *.:。*゚¨゚・ .。.:* *.:。*゚¨゚・.。.:* ...รอยยิ้มของเธอ...«-(¯`v´¯)«-- ..·.¸¸·´¯`·.¸¸.ஐ ...¤¸¸.·´¯`·.¸·.>>--» [[ 2008/2/2 ความไม่สมบูรณ์แบบ ฉันชอบ วลี มากกว่าประโยค วลี คือการรวมของคำที่ไม่สมบูรณ์ ไม่เพียงพอที่จะมีความหมาย ไม่ชัดเจน แต่มันกลับน่าทึ่งตรงที่ทุกครั้งที่ฉันได้อ่าน ความหมายมันไม่เคยเหมือนกันเลยสักครั้ง ฉันคิดว่าวลีก็เหมือนภาพ abstract ที่ภาพเปลี่ยนไปตามอารมณ์และความรู้สึกของเรา วลี คือ ความไม่สมบูรณ์ที่เติมเต็ม ฉันสามารถใส่ส่วนขยายใดๆก็ได้ตามที่ฉันต้องการ และสมบูรณ์ได้ด้วยตัวของฉันเอง บางทีความสมบูรณ์แบบก็ไม่ใช่คำตอบ ของความต้องการ 2007/10/6 20th Aniversary Faculity of Architecture RSU.เชิญร่วมงานคอนเสิร์ต Back to Stu. Acoustic Party
วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2550 อาคารนันทนาการ
ร่วมร้องบรรเลงโดย Friday, YokeePlayboy, Monotone เริ่ม 19:00-23:00 น.
บัตรราคา 300 บาท
**ซื้อบัตรได้ที่ ร้านดีเจสยาม, ร้านน้องท่าพระจันทร์, ร้านDIM BAR เมืองเอก และธุระการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (ตึก9 ชั้น4) 2006/9/21 BUDDHIST CLUBวันนี้มีโอกาสเข้าไปมหาลัย ชั้น4 ที่คณะ เหลือบไปเห็นสมุดโน๊ตเล่มน้อย..
หลายเล่มอยู่ในตะกร้าหวายสีไม้อ่อน มีแผ่นพับโฆษณาอยู่ข้างๆ
เสียงพี่ปัดดังมาจากข้างในบอกว่า "อันนี้เป็นของชมรมพุทธศาสนา ของทุกสถาบันทั่วประเทศ นะ ทำบุญกันหน่อยจ้า."
ว่าแล้วเราก็หย่อนเงินลงในกล่องกระดาษ พร้อมกับหยิบอ่านบทความที่อยู่ในแผ่นพับนั่น...
" ธรรมะไม่เคยสอนฉันให้ครึ ( อันนี้ไม่รู้ว่าเค้าพิมพ์ตกรึว่า ไง งงเหมือนกัน แฮะๆ )
จะต้องทำหน้าเศร้าและหดหู่...
ผมยุ่งและไม่รู้จักรีดเสื้อ
ธรรมะเพียงแต่สอนฉันให้มีใจที่สดชื่น
ไม่สะดุ้งสะเทือนต่ออุปสรรค
สอนให้ฉันรู้ว่า
" สิ่งที่ควรเรียนรู้อันดับแรก คือ..ตนเอง. "
สิ่งใดที่ฉันไม่ปราถนา ก็อย่าทำกับผู้อื่น
ฉันควรจะ... เป็นเพื่อนที่ดีสักคน
มากกว่า.. อยากมีเพื่อนที่ดีสักคน
รู้จักคำว่า "พอดี " คือ "พอ...ถึงจะดี "
รู้จักการแบ่งปัน... มากกว่าการสะสม
อย่าวิ่งหาความสุข... จากสิ่งที่ไม่มี
" แต่มีความสุข_จากสิ่งที่มี "
ในท่ามกลางความวุ่นวาย... ฉันควรมีใจที่ร่าเริง
และในสิ่งที่เลวร้าย... ให้ฉันมองหาสิ่งที่งาม
สิ่งเหล่านั้นเป็นเพื่อนชื่อ "ปริญญา " ไม่เคยบอกฉัน
ทำให้ฉันรักเพื่อนชื่อ "ธรรมะ " มากขึ้น
" เธอไม่ได้อยู่ไกลเกินจะไขว่คว้า "
แต่เธออยู่ใกล้เพียงแค่ใจสัมผัส และรับรู้ได้
ถ้าเธออยากรู้จักฉัน และเธอ
ไม่ยาก... " เพียงเธอทั้งหลายก้าวเข้ามา "
เรากำลังรอเพื่อนใหม่ ...ด้วยใจชื่นชม. "
นี่เป็นบทความที่น่าสนใจอย่างยิ่งยวดเลยล่ะ
อ้อลืมไป เค้ามีเวปด้วยลองเข้าไปดูนะ www.ibscenter.net
2006/8/20 THE END(Final Thesis)& THE BEGIN (Working)"..ในที่สุดก็ผ่านไปหนึ่งเป้าหมาย เพิ่งรู้อากาศบนนี้เย็นดีจัง!!.."
..มีข้อความอ้างอิงจากพุทธศาสนา กล่าวไว้ว่า "ไม่ว่าจะมีความทุกข์รึสุข เพียงไรให้อยู่ที่ทางสายกลางไว้
คือ การไม่ยินดียินร้าย ไปกับสิ่งเร้าต่าง ๆเหล่านั้นแล้วท่านจะ _สงบ.." ดูเหมือนว่าเป็นคำสอนที่ทำได้ง่าย ๆ
แต่น้อยคนนัก ที่จะไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับสิ่งต่างๆที่เข้ามากระทบจิตใจเรา..
>>เอ้า!! จบบทสวดก็มาเข้าเรื่องกันดีก่าคะ แฮะๆ^^
..อันที่จริงแค่อยากจะบอกว่าตอนนี้ดีใจที่ผ่านจุดนี้ได้ซักที แต่กว่าจะผ่านมาได้ ทำเอาเซลสมองตาย..
ไปหลายล้านตัว 555 ..พอก้าวผ่านจุดนี้ก็เลยทำให้เรา หลงอยู่กับความสำเร็จนี้นานหน่อย..
แต่_เดี๋ยวมันก็ผ่าน"วัยแห่งความฝัน." สู่ "วัยแห่งความจริง."
***_แต่ความสำเร็จนี้จะเคลื่อนที่ไม่ได้เลยถ้าขาด "แม่ & อปา." \(^O^)/
ที่คอยเป็นกำลังใจและหลายๆสิ่ง ให้ลูกสาวคนนี้ตลอดมา..(เกินกว่าคำขอบพระคุณ..)
***ผศ.จิราพร จารย์อ้อยที่โทรจิ๊กเอ๊ย!! โทรตามลูกศิตย์คนนี้ เพื่อถามไถ่เรื่องงาน
ตลอดระหว่างทำ books & final Design ค๊า แฮะๆ
***เพื่อนคนที่คอยช่วยเหลือ ให้งานนี้สำเร็จ
แต่ก็ทำเอาเซลสมองตายไปหลายตัวอ่ะนะ
**พี่นัท ที่ช่วยแปลบางส่วนในBooks และของฝาก การ์ดสวยๆ จากลอนดอนนะคะ
ชอคเกอร์แลตเหล้ารำทำให้เอาไปหลอกเพื่อนให้กินได้หลาคนเลยล่ะ
ใครโดนไปก็ยินดีด้วยนะ 555
**พี่รัจที่คอยช่วยตอบปัญหาเชาว์กันนะคะ
**พี่ตรีที่ช่วยแปลบทนำ ทำให้ชาร์ตเราดูอินเตอร์ขึ้นเยอะเลย 555
**บุ้ง จุ๊ก วิ ก้อยที่คอยช่วยเหลือเรื่องภาษาต่างด้าว55
**เทนๆ&boy14 ชายหนุ่มผู้มีเสียงออดอ้อนจนชายด้วยกันยังอ่อนไหว 555 ขอบคุณมากนะ
ที่ช่วยเผาSK up ตอนขึ้นJury ครั้งที่1 ทั้งที่ก็เผากันทั้งคู่
**พี่โบ๊ต ที่ช่วยตัด Surrounding อีกครึ่งนึง ทั้งที่วันนั้นก็ขับรถมาทั้งวันแล้ว
ขอบคุณนะคร๊าบบบบบ!!! (^/\^)
**รวมทั้งเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่คอยถามไถ่ และส่งกำลังใจให้เสมอเวลาที่คิดงานไม่ออก
รึแม้แต่ตอนที่ กำลังเครียดกับปัญหาต่างๆ ขอบคุณมากนะที่อยู่คุยเป็นเพื่อน ถึงแม้ว่าตอนนี้
มันจะไม่เป็นอย่างตอนนั้นแล้วก็ตาม แต่เราก็ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนอย่างคุณ ^____^
*สุดท้ายอยากขอบพระคุณมหาวิทยาลัย(ที่มีค่าเทอมแสนถูก
>>ยังจำได้ตอนแรกที่จะเข้ามาเป็นวันสุดท้ายที่ปิดรับสมัคร เวลาก็ฉิวเฉียดเกือบห้าโมงเย็นแล้ว
มีเด็กกะโปโลคนนึง.. วิ่งหน้าตั้งออกจากรถแท๊กซี่ แล้วมาหอบแฮ็กๆ..
ที่หน้าเคาท์เตอร์รับสมัคร ซึ่งเค้ากำลังเก็บเอกสารเตรียมกลับบ้าน..
แต่ด้วยความที่หน้าตา + ท่าทางเป็นเด็กนอก ทำให้เค้ายอมให้สมัคร..555
( ที่ได้นี่ก็เพราะบอกเค้าไปว่า.."หนูเพิ่งลงจากรถทัวร์ มาจากต่างจังหวัดเพื่อมาสมัครเลยนะคะ."
ทั้งที่ความจริงแล้ว จะไปสมัครเข้าInterior ที่ม.กรุ่งเทพแถวกล้วยน้ำไท แต่ไม่รู้อะไรดลใจ
บอกว่าต้องสถาปัตเท่านั้น ก็เลยซวยถึงไอ้จิ๊กกะพี่แจง เพราะต้องลากมันให้พามาสมัครนี่จิ..55)
*ห้อง202/33แห่งนี้ ที่จะอยู่เป้นความทรงจำตลอดระยะเวลาที่เรียนที่นี่
**โอ้ว้าวว..ขอบคุณตัวเองด้วยที่ไม่ท้อซะก่อน ทั้งที่ก็ล้มมาหลายครั้งสู้ๆสูตาย เย้ๆ วู้ๆ**
![]() 2006/8/4 ..The Elephant..ทะเลทราย เค้าทุ่มเทให้กับงานอย่างสมบูรณ์ทีเดียว กับ 15 ปี ที่ถ่ายทำ
และติดตามพฤติกรรม โคลงช้างหนึ่ง อย่างเป็นมิตร
การถ่าย
เช่น การติดตามโคลงช้างโดยไม่แตะต้องเลย แม้ช้างในโคลงบางตัว
กำลังจะสิ้นลม.. ต่างจากของไทยเรา ที่ถ้าเห็นแบบนั้นแล้ว คงรีบเข้า
ไปช่วย เพราะคนไทยมีนิสัยขี้สงสาร..
ผู้ถ่ายทำสารคดีได้ทิ้งท้ายไว้ว่า " ผมไม่แปลกใจว่าทำไมชาวเผ่า
มาไซ ถึงนับถือช้างว่าเป็นสัตจว์ชนิดเดียว ที่มีจิตวิญญาณเป็น
ของตัวเอง. "
พอเห็นอย่างนี้แล้ว ทำให้นึกถึงรายการถึงลูกถึงคนเมื่อคืนนี้ ที่พูด
ประเด็นเรื่องช้างไทยไปนิวซีแลนด์ ที่มีคดีความกัน เมื่อต้นปีที่แล้วนู้น
จนตอนนี้ช้านไทยของเราได้บิน
ด้วยการเมืองที่เข้ามาแทรกแทรง + กับช่องว่างทางกฎหมายที่ให้อำนาจ
แต่เพียงผู้เดียว ว่าแล้วก็สงสารเจจ้าช้างน้อยทั้ง 9 ตัว ที่ไม่รู้จะทนหนาว
ได้รึเปล่า..
2006/6/26 ..For Life..
2006/3/30 >>..เพื่อลูก..<<เมื่ออาทิตย์ที่แล้วฉันมีโอกาสกลับ..นอก55 ( บ้านที่ต่างจังหวัดน่ะ )
เพื่อไปทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย..ด้วยการไม่เลือกใคร
แต่เรื่องนั้นเราไม่พูดถึงกันดีกว่า อะจึ๊ย!!
--กลับไปบ้านครั้งนี้ได้อะไรกลับมาเยอะ
ทั้งที่เป็นนามธรรม..และรูปธรรม..
...เย็นวันที่กลับไปถึงบ้าน ป้าโฮม(หรือแม่นมของฉัน) ให้ไปโฮ๊ปบายดินเนอร์ ที่บ้าน
วันนั้นเป็นวันที่อบอุ่นที่สุดเลยล่ะ
พ่อ-แม่ ลุง-ป้า แล้วก็มีเรา ( ถึงแม้จะไม่ครบเหมือนวันเก่าๆก็ตามที )
สำรับมื้อนั้นมีอะไรเหรอ55 มีแต่สิ่งที่ฉันรับประทานไม่ได้เลย T__T
ลาบเนื้อทั้งที่แบบมีเลือดนอง และแบบขั่วสุก โอ้สุดยอดอาหารอิสานแล้วนะนั่น
แต่กินม่ายด้ายเจงๆ แง้ๆ ถัดมาเป็นต้มไก่ใส่ขิง โอ้พระเจ้าช่วย..
สิ่งเดียวที่ตกถึงท้องก็คือสิ่งนี้เอง .. (แต่ขอบอกว่าป้าโฮมของฉํนนี้ทำอาหารอร่อยสุดๆ ^__^)
หลังอาหาร ฉันก็ขับ( มอร์เตอร์ไซด์ห้าง )พาป้าโฮม ไปซื้อถ่านไม้ที่หมู่บ้านข้างๆ
ระยะทางไม่ไกลนัก แต่ก็เปลี่ยวและมืดมากๆ
..ท้องฟ้าในวันนั้น ทำเอาฉันตกตะลึงในความงามแบบชนบทจริงๆ..
ดาว
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้บรรยากาศแบบภูเขาก็ตามที ฉันว่านี่แหล่ะความงามใกล้ตัว
ที่ฉันไม่ค่อยได้หยุด เพื่อมองมันอย่างตั้งใจเลย..
**แล้วคุณล่ะเคยมั๊ย.?? ที่มองข้ามผ่านสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราไปอย่างน่าเสียดาย...
...ในวันกลับมากรุงเทพฯ แม่จัดของฝากของกินเยอะมากจน น้าเพื่อนบ้านแซวว่า
จะย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพฯแล้วเหรอบุ๋ม 555 ก่อนจะปิดประตูรถแม่ยื่นกระดาษใบขนาด A4
ให้ฉันแล้วบอกว่า เอาไว้อ่านนะ.. ข้อความในนั้น เป็นบทความที่เราทุกคน
เคยอ่านรึเขียนมาแล้วตั้งแต่เด็กๆ....
"..พ่อแม่ไม่มี เงินทอง จะกองให้
จงตั้งใจ พากเพียร เรียนหนังสือ
หาวิชา ความรู้ เป็นคู่มือ
เพื่อยึดถือ เป็นเยี่ยง หล่อเลี้ยงกาย..
..พ่อกับแม่ มีแต่ จะแก่เฒ่า
จะเลี้ยงเจ้า เรื่อยไป นั้นอย่าหมาย
ใช้วิชา ช่วยตน ไปจนตาย
เจ้าสบาย พ่อกับแม่ ก็พอใจ.."
อ่านจบ.......................................................................
ไม่ต้องสงสัยกันเลยคะบอกได้คำเดียวว่าอึ้ง!!
ฉันมองข้ามหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตไป แต่สิ่งนึงที่ฉันไม่เคยที่จะไม่มองเลย...
พระในบ้าน คือพ่อ - แม่ ของฉันเอง..
>>>อ๊ะ!! สงสัยกันใช่มั๊ยคะว่ายายเบ๋อมันอยู่แถวไหนหว๋า..?? --ไม่ต้องสงสัยคะ
ใช่บ้านเกิดของฉันอยู่จังหวัด ที่อยู่ติดชายแดนไทย - กัมพูชา (จ.บุรีรัมย์ )
...แต่ก็ไม่ได้อยู่ติดชายแดนน้า เพราะอำเภอสตึกอยู่ทางตอนเหนือของจ.บุรีรัมย์
เป็นอำเภอที่ติดกับเขตแบ่งระหว่างจ.บุรีรัมย์-จ.สุรินทร์...
--ตอนมาเรียนที่นี่ใหม่ๆ..เพื่อนหลายคนถามฉันตลอดเลยว่าจ.บุรีรัมย์นี่!!
..มันอยู่แถวไหนของแผนที่ประเทศไทย T__T แล้วทำไมฉันตัวไม่ดำ
ฉันล่ะอยากจะบอกว่า ทามมายอ่ะ..เป็นเด็กนอกแล้วมันผิดตรงไหน
พูดไม่ชัดแล้วฟังไม่ออกรึไง ผิวไม่ไม่ได้บ่งบอกความเป็นไทยนะเฟ้ยย!! 55^__^
2006/3/28 ...Life...
ปล.ขอบคุณสำหรับเพื่อนที่ส่งเมลฉบับนี้มาให้ด้วยนะ ....................................................................ขอให้ทุกคนโชคดีคะ 2006/3/24 Best of more..![]() ![]()
![]() ![]() ![]() ![]()
2006/3/23 มาอ่านกันสือกันเถอะ..( หนังสือเกี่ยวกับ tect )
"..ขอรวบรวมไว้ที่นี่ จะได้เป็นประโยชน์เเก่ผู้สนใจ ทั้งที่เรียนอยู่ +จบไปเเล้ว ทำงาน หรือเรียนต่อ.. ศาสตร์เเห่งความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีวันตายและ สอดเทรกอยู่ในทุกอณูของชีวิต.. ดังนั้นจงเริ่มอ่านเพื่อ ต่อยอดทางเดินของความคิดให้ขจรออกไป.. " เป็นคำแนะนำจากอาจารย์ท่านหนึ่งที่มหาลัย.. Best books Recommend for Architect students
>>มีอาจารย์ท่านนึงท่านแนะนำไว้ให้อ่านตอนเรียน...
Architecture Culture 1943-1968: A Documentary Anthology
เวปลิงค์สถาปัตยกรรมปกติ ที่ว่างผิดปกติ http://www.sac.or.th/projects/title/paper.htm
ปล.ใครมีหนังสือมาแนะนำนอกจากนี้ยินดีเป็นอย่างยิ่งคะ.. ไม่เกี่ยวกับงานออกแบบก็ได้คะ ^__^ 2006/3/18 ..thank u Everyone....^__^![]() ขอบพระคุณพ่อ - แม่
ที่ให้กำเนิดและคอยอบรมสั่งสอน
เด็กแก่นแก้วคนนี้ กับช่วงเวลาที่แสนอบอุ่นเหล่านั้น
และที่ขาดไม่ได้
ขอบคุณทุกคุณมากๆนะคะ
ที่อวยพรวันเกิด ให้กับยายเบ๋อเหรอคนนี้
..สู้เพื่อแม่!! เย้เย้..
...............................................................
![]() >>พรใดที่ทุกคนส่งมาให้ขอให้มีกับทุกคนด้วยนะคะ...^___^ Man who should not be forget
It doesn't important to worry about,
how many persons do you loved?
But how many persons who loved you
through your whole life is more
important.
2006/3/17 ปรัชญาขงจื้อวันหนึ่ง ขงจื๊อ เมธีจีน พร้อมศิษยานุศิษย์
2006/3/8 ...I love tingerbell la...It's wrong to be right,
it's right to be wrong.
__________000000____________
__0000___00000000___0000____ _000000_0000000000_000000___ _000000000000000000000000___ _000000000000000000000000___ __0000000000000000000000____ ___00000000000000000000_____ _____0000000000000000_______ _______000000000000_________ ____________lllll_____________ __oooo______lllll______oooo___ _ooooooo____lllll____ooooooo__ __ooooooo___lllll___ooooooo___ ____oooooo__lllll__oooooo_____ ______ooooo_lllll_ooooo_______ ________oooollllloooo_________ __________oollllloo___________ [F]renship [L]ike [O]urs [W]ill [E]ver [R]emained sTay cuTe... naja* อยากรู้จักทิงค์เกอร์เบลจัง!!
ใครรู้จักเธอ ช่วยบอกด้วยว่า..
"ฉันชอบเธอ."
![]() 2006/3/5 การ์ตูนเรื่อง Spirted Away จาก Studio Ghibli -------------{@} "..ทุกครั้ง ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม.."
เสียงนั้นกำลังเพรียกหาอยู่ จากที่ใดที่หนึ่งในใจฉัน ฉันอยากจะอยู่ในฝัน ที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นเช่นนั้นเสมอ แม้ว่าจะต้องเศร้ามากมายเพียงไร แต่ ณ อีกฟากหนึ่งนั้น ฉันจะต้องได้พบกับเธอแน่ ทุกครั้งคราที่มีใครคนใดทำพลาดพลั้ง เขาก็ยังรู้ว่า ฟ้าอันว่างเปล่านั้นเป็นสีฟ้า ดูราวกับว่าเส้นทางนี้ จะยาวไปจนไม่มีวันสิ้นสุด หากแต่สองมือนี้ สามารถที่จะถือ ดวงไฟสว่างไสวเอาไว้ได้ หัวใจของฉันที่แสนเปลี่ยวเหงา ในยามที่ต้องจากลากัน กายที่ใกล้จะเป็นศูนย์ของฉันนั้น คอยนิ่งฟังให้ดี ปริศนาของการมีชีวิตอยู่ ปริศนาแห่งความตาย ดอกไม้ สายลม หนทาง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเหมือนกัน เสียงนั้นกำลังเพรียกหาอยู่ จากที่ใดที่หนึ่งในใจฉัน เราจงมาวาดฝันด้วยกันต่อไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากจะต้องมานั่งเศร้าโศกเสียใจ เราจงมาร้องเพลง ด้วยริมฝีปากเดียวกัน ในความทรงจำที่ใกล้จะปิดสนิท ฉันได้ยินเสียงกระซิบ ที่ฉันไม่ต้องการจะลืมเลือนนั้นเสมอ แม้บนกระจกเงาที่แตกสลาย ก็ยังคงสะท้อนภาพใหม่ๆ ออกมาเสมอ ถึงยามเช้า หน้าต่างที่แสนเงียบเหงาบานนั้น กายที่ใกล้จะเป็นศูนย์ของฉันนั้น ได้ถูกเติมเต็มแล้ว ฉันไม่ต้องเดินทางข้ามฝั่งทะเล ค้นหามันอีกต่อไป สิ่งที่ระยิบระยับตานั้น อยู่ตรงนี้เสมอ เพราะฉันค้นพบมันแล้ว ในกายของฉันเอง... 2006/1/24 ข้อดีของการจดบันทึก..วันนี้มีโอกาสเปิดดูสมุดบันทึก สมัยม.ปลาย
เพื่อรำลึกถึงความหลัง ช่วงเวลาที่สนุกที่สุด..
..คิดย้อนกลับไป บรรยากาศ โรงเรียนประจำ
ถึงจะเป็นโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญ
แต่บรรยากาศก็ดีมากเลยล่ะ
จำได้ว่ารอบๆโรงเรียนจะเป็นป่าและนาข้าว
ฉันพักอยู่ชั้น 4 ของหอพัก
ในตอนเช้าๆจะมีหมอกบาง ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น
หลังจากออกกำลังกาย ฉันก็จะนั่งอยู่ริมระเบียงนั่น
จนกว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะอาบน้ำเสร็จ
ฉันถึงย้ายก้นออกจากเก้าอี้ตัวโปรด
เพื่อไปอาบน้ำเตรียมตัวไปโรงอาหาร
หลังจากนั่งหลับในคาบเรียน แต่ล่ะวิชาเสร็จ
ตกเย็นพวกเพื่อนๆ ก้ต้องเอาผ้ามาส่งซัก
บางคนก็เล่นกีฬา บางคนก็เดินเล่น
อยู่ในขอบเขตรั่วของโรงเรียน
พระอาทิตย์ยามเย็นที่นั่น สวยไม่แพ้ที่ไหนๆเลยล่ะ
พอมองจากตอนนี้ ยังแอบคิดเลยว่า
มันช่างเหมือนโรงเรียนฮ๊อกวอร์ด
ในหนังเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์เลย อิอิ
ฉันว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ ความรู้สึก
ของเด็กที่เรียนโรงเรียนประจำอย่างฉัน
ย้อนกลับมาที่สมุดบรรทึก เล่มนั้น
ในขณะ ที่ฉันนึกถึงเรื่องราวในอดีต
ฉันก็เปิดไปเจอ หน้าที่ฉันจดข้อคิดสะกิดใจเอาไว้
ฉันจำไม่ได้แล้วว่าไปเอามาจากไหน
แต่นัย ว่าเป็นสุภาษิตจีนโบราณ ที่กล่าวถึงการโมงโลก
เค้าบอกว่า..
"..ถ้าเธอมีเงินสองบาท จงใช้หนึ่ง
บาทซื้อข้าว ส่วนอีกหนึ่งบาทจง
เอาไปซื้อดอกไม้.. อย่างแรกจะให้ชีวิต
สิ่งหลังจะให้เหตุผลที่จะมีชีวิตต่อไป.."
อ่านจบ ฉันอดคิดไม่ได้ว่าในตอนนั้น
ฉันคงคิดว่าอนาคต ฉันจะมองโลกในแบบนี้
แต่มันก้ใช่จริงๆ มาถึงตอนนี้ฉันคิดว่า
การที่เราได้จดบรรทึกอะไรดีๆไว้
ในขณะที่มันยังสดใหม่อยู่
เราอาจจะไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์กับเราในปัจจุบัน
2006/1/16 วันใหม่ เวลาใหม่......................................................วู้ๆๆ
..วันก่อนตื่นมาด้วยความสุข
เมื่อวานตื่นมาด้วยความเศร้า
--ทำไมนะ?? ในวันนึงๆ มนุษย์เราถึงมีความรู้สึกหลากหลายจัง!!
ทั้งที่มีอยู่ใจ
รึเป็นเพราะฮอร์โมนในร่างกายของคนเราไม่สมดุล
>>ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ปรัชญาชาวจีนถึงบอกว่า..
........."ใจคน..ยากแท้ หยั่งถึง.."...........
**แต่ถ้าตื้นก็อาจจะถึงนะ อิอิ
2006/1/13 บ้าน + ทะเลแต่ในตอนนี้ฉันยังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์..
...เพื่อรออะไรบางอย่าง..
--วันแรกของความคิด( ที่จะกลับบ้าน )
ใจนึงก็อยากกลับ
แต่ใจอีกซีก..ก็บอกฉันว่าพวกลุงป้าน้าอาทั้งหลาย
ต้องถามแน่ๆว่า " เมื่อไหร่จะจบกันจ๊ะ.."
..ฉันไม่อยากให้คนที่ฉันรักต้องพลอยลำบากไปด้วย
กับคำถามงี่เง้าพวกนั้น...ก็เลยไม่ไปซะงั้น
--วันที่สองจะกลับอยู่แล้วเชียว
แต่เพื่อนๆก็คอยเป่าหูฉันอยู่เรื่อย ..ว่าอย่ากลับเลย
เพราะกลับไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา ให้สู้ต่อที่นี่ไปเลย..
+กับเพื่อนอีกคนที่แสนจะเอาแต่ใจ
...นี่ฉันต้องคอยตามใจใครต่อใครเพื่ออะไรกันนะ
**มันรู้สึกอึดอัด ก็ตั้งแต่วันที่ฉันรู้ตัวว่าจะจบช้าไปอีก1 เทอม..
( ทั้งที่ทุกคนที่บ้านตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันนั้น )
ฉันทำให้คนที่ฉันรัก และรักฉันต้องผิดหวังอยู่เรื่อยเลย...
แถมฉันยังต้องทนพบหน้า แล้วก็คอยเอาใจเพื่อนคนนั้นอีก
ทั้งที่ถ้าจบแล้วฉันจะได้เป็นอิสระซะที เฮ้อ!!
..แล้วในวันนั้นเอง ความคิด
ก็โผล่มาทันควัน... อ่ะฮ๊า!!
เวลาที่เราได้ยินเสียงคลื่น แล้วก็ได้สัมผัสกลิ่นอายของทะเล
..นี่มันช่างสุขใจจริงๆเลย
มันก็ต้องแลกมาด้วยเงินกันทั้งนั้น..
แล้ววันนั้นฉันก็มีอยู่แค่ 800 เท่านั้นเอง
...จะไปทะเลก็ต้องอดกลับบ้าน
รึถ้าไม่ได้กลับบ้าน ก็ต้องกลับไปหุงข้าว
...กินกับปลากระป๋องอย่างเคย..
--เข้าวันที่ 3 ความหวังเริ่มริบหรี่..
ฉันยังลังเลอยู่นาน แต่ก็ไม่กล้าโทรกลับบ้าน
เพื่อจะบอกว่า " จะกลับบ้านแล้วนะคะ.."
และฉัน.. ก็ไม่ได้ไปทะเลด้วย เศร้าใจจริงๆ
..และในที่สุดฉันก็ไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อน แก้กลุ้ม
แต่เพลงที่ชอบมากในวันนี้คือ เพลงโลกใบใหญ่
http://www.doo-dd.com/music/play.php?id=2118 คุณลองฟังดูซิ
..ของนาเดีย ค่ายเบเกอร์รี่ มิวซิค น่ะ!!
...เพราะร้องได้สะใจที่สุดเลย 55
--วันสุดท้ายของการตัดสินใจ
..ความคิดที่ไม่กลับมีอยู่กว่า 70 % ซะแล้ว
แต่ในนาทีที่ตัดสินใจจริงจัง ก็มาถึงด้วยเสียง
ของหญิงวัยกลางคน..
ที่บอกว่า...
" ไว้ตรุษจีนค่อยกลับก็ได้นะ วันทำขนม 26 ไหว้ 27.."
โอ้โฮ้!! พระเจ้าช่วยยยยย.....
เป็นเสียงสวรรค์จริงๆเลย ขอบพระคุณแม่มากเลยนะคะ
ทั้งที่แม่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังคิดที่จะกลับบ้าน
แต่เหมือนแม่จะรู้ใจลูกสาวคนนี้มาก..
**แต่ก็ยังมีมารมาผจญระรอก 2
ฉันต้องนั่งทำงานช่วยเพื่อน คนที่มีพระคุณต่อฉัน..
ทั้งที่ไม่สบายอยู่นี่ซิ เหมือนหนีเสือปะเจรเข้ยังไงยังงั้น!!
--แล้วคุณล่ะ!! เคยเป็นมั๊ยอารมณ์ วัยรุ่นแบบนี้น่ะ 555
...พอมองย้องกลับไป จากวันแรกจนถึงวันสุดท้าย...
ที่จริงฉันไม่ได้อยากกลับบ้านจริงๆ แต่อยากหนีไปไหนไกลๆ
เพื่อหลบหนีสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่นี้มากกว่า ซึ่งเพื่อนๆก็คงดูออก
ถึงบอกให้ฉันอยู่สู้ที่นี่..!! 555
ท่ามกลางพายุยังงั้นแหล่ะ...โอ้ววว..สู้ๆ สูตาย!!
2006/1/2 ถึง คนสำคัญ..ถึง คนสำคัญของฉัน...
...มีใครบางคนรอคอย ใต้ท้องทะเล...
ทุกวัน..เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
..ทั้งๆ ที่มีแสงสว่าง...
..ฉันรอเธอ อยู่ใต้ท้องทะเล..
..ตัวฉัน..อันกว้างใหญ่ไพศาล..จ้องมองเพียงแต่เธอ...
แสงของเธอ ทำให้สว่างไสว..
..ฉันสูญเสียแสงสว่างไป..
พลอยสีฟ้าของเธอ.. ( พบความสว่างไสว )
ฉันมองเห็นแสงสว่างส่องประกาย
" ในพลอยสีฟ้าของเธอ..." 2005/12/31 Because Ur Friend..."... Inside Every oNe of Us
" some time happy… some time sad… but all time friend "
I May Have Known You For Years Or Just A Day. This Comes From My Heart Please Hear What I Say. We May Be Half A World Apart, You May Be Just Across The Street. I May See You Each Day, We May Never Meet. Life Is A Circle That Has Let Our Paths Cross. Like Spring Time And Summer, The First Winter Frost. The Color Of Your Skin It's Not Important At All. My Skin Has Color And So Do The Fall Leaves. Treasure Is A Word That Can Mean Many Things. To Me It's The Joy That Your Friendship Brings. But It's Much More Than That. It's Something Money Can't Buy. Can You Hear What I'm Saying, Am I Making It Clear, Just How Much You Mean To Me. Our Friendship So Dear, You Have Been There For Me And I'll Always Be Here For You. Gosh !
It's So Wonderful To Have A True Friend Like You. And most importantly, stay close to your friends and family, for they have helped make you the person that you are today. สิ่ง ที่สำคัญที่สุด จงอย่าละเลยเพื่อนและครอบครัว เพราะพวกเขาทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นทุก วันนี้ 2005/12/24 ชีวิตวัยเรียนที่แสน...55>>> >> >>> >>นาฬิกาปลุกบอกเวลาไปนอน ไม่ใช่ตื่น >>> >>----> >>> >> >>> >>ไม่อายที่จะหลับน้ำลายยืดในชั้นเรียน โดยเฉพาะวิชาคอน. >>> >>----> >>> >> >>> >>รู้ว่ายู้ฮูกับพริตต์รสเป็นอย่างไร >>> >>----> >>> >> >>> >>คุณเฉลิมฉลองให้กับ space >>> >>----> >>> >> >>> >>กาแฟกับกระทิงแดงไม่ใช่เครื่องดื่ม แต่เป็นอุปกรณ์ >>> >>----> >>> >> >>> >>คุณตกใจเมื่อเห็นตึกใหม่ในมหาลัย >>> >>----> >>> >> >>> >>คุณคิดว่าการสร้าง space เป็นไปได้ >>> >>----> >>> >> >>> >>หลับติดต่อกันมากกว่า 20 >>>ชั่วโมงในวันเสาร์-อาทิตย์ >>> >>----> >>> >> >>> >>ทะเลาะกับสิ่งไม่มีชีวิต >>> >> >>> >>ผลอยหลับในห้องน้ำ >>> >>----> >>> >> >>> >>น้องชายหรือน้องสาวของคุณคิดว่าตัวเองเป็นลูกคนเดียว >>> >>----> >>> >> >>> >>ฟังซีดีทั้งหมดในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง >>> >>----> >>> >> >>> >>ไม่ค่อยมีคนเห็นคุณในที่สาธารณะ >>> >>----> >>> >> >>> >>ทำกุญแจบ้านหายแต่ไม่รู้ตัวเป็นอาทิตย์ >>> >>----> >>> >> >>> >>อาบน้ำ แปรงฟันในห้องน้ำข้างๆสตูดิโอ >>> >>----> >>> >> >>> >>คุณพบประโยชน์ของการมีผมสั้นหรือผมเกรียน >>>แล้วก็เริ่มจะชอบหัวล้านๆ >>> >>----> >>> >> >>> >>ใช้ฟิลม์หมดม้วนถ่ายทางเดินอย่างเดียว >>> >>----> >>> >> >>> >>รู้ว่าเครื่องขายของอัตโนมัติเติมของกี่โมง >>> >>----> >>> >> >>> >>พกยาระงับกลิ่นตัวอยู่ตลอด >>> >>----> >>> >>ตอนทำโมเดลจะรีไซเคิลของเก่งมาก >>> >>----> >>> >> >>> >>เวลาคุยกับคนอื่นเหมือนกับว่าจะพยายามร้องอะไรงึมๆงำๆ >>> >>----> >>> >> >>> >>ลุกขึ้นมาเต้นอย่างเมามันตอนตีสาม >>>ทั้งๆที่ไม่ได้กินเหล้าซักหยด >>> >>----> >>> >> >>> >>เขียนโน๊ตด้วยปากกาเขียนแบบหรือโยเคน >>> >>----> >>> >> >>> >>คุณรวมอาหารสามมื้อเป็นมื้อเดียว >>> >>----> >>> >> >>> >>วันหยุดเป็นวันนอนเพิ่ม >>> >>----> >>> >> >>> >>คุณมีรูปถ่ายตึกมากกว่าคน >>> >>----> >>> >> >>> >>เอาแฟนไปเที่ยวที่ไซท์ก่อสร้าง >>> >>----> >>> >> >>> >>สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องติดต่อกับคนอื่น กินอาหาร >>> >>หรือโดนแสงอาทิตย์ >>> >>แต่ถ้างานปรินท์ไม่ออกนี่ขอตายดีกว่า >>> >>----> >>> >> >>> >>ใช้โฟโต้ชอป อิลลัสเตรเตอร์และทำเวบได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ใช้ >>>Excel>>> >>ไม่เป็น >>> >>----> >>> >>เรียกชื่อจริงของสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่อย่างกับว่าเป็นเพื่อน (แฟรงค์ >>> >>คอร์บู >>> >>มิส...) >>> >>----> >>> >>หรือบ้านและสวนทุกเดือนแต่ยังไม่ได้อ่านกว่าครึ่ง >>> >>----> >>> >> >>> >>ค่าใช้จ่ายกว่า50%จะหมดไปกับการเรียน+ทำงาน >>> >>----> >>> >>ท่านมักจะไม่ค่อยมีเงินกินข้าว แต่สามารถหาเงินมากินเหล้าได้ >>> >>----> >>> >> >>> >>สิ่งที่ทำกันเป็นปกติ จะเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับคนนอก >>> >>----> >>> >> >>> >>บุหรี่หมดเร็วมาก >>> >>โดยเฉพาะช่วงที่คิดแบบไม่ออก...อ้าวชิบหายแล้วบุหรี่กูไปไหนวะเนี่ย? >>> >>---->( อันนี้ไม่สูบอ่ะ ) >>> >> >>> >>เวลาคนบอก ดื่มน้ำสิงห์ คุณนึกถึงเหล้ามากกว่าน้ำเปล่า >>> >>----> >>> >> >>> >>ตีสองตีสามเป็นเวลาปกติ แต่บ่ายสองบ่ายสามนี่มีอยู่บนโลกด้วยฤา? >>> >>----> >>> >> >>> >>เปลี่ยนแนวไปฟังลูกทุ่งมากขึ้น >>>หลังจากฟังซีดีทั้งหมดแล้วตอนเที่ยงคืน >>> >>----> >>> >> >>> >>แบรนด์เนมของพี่สาวคือ แอร์เมส พราด้า ดีเคเอ็นวาย >>>แบรนด์เนมของคุณคือ โคปิก มาสเท็ก สเต็ดเล่อร์ >>> >>----> >>> >> >>> >>คนอื่นพูดว่า "โล่งจัง" คุณพูดว่า "สเปซเยอะจัง" >>> >>----> >>> >> >>> >>คณะอื่นเรียน2-3วิชา ในครึ่งวัน แต่คุณเรียน2วิชาจนถึงเย็น >>> >>----> >>> >> >>> >>การไม่อาบน้ำ2-3วันเป็นเรื่องปกติ >>> >>----> >>> >> >>> >>ยิ่งขึ้นปีสูงยิ่งเริ่มปัญญาอ่อน >>> >>----> >>> >> >>> >>เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณจะสรรหาเพลงเก่ามาฟังมากกว่าการหาเพลงใหม่ฟัง >>> >>----> >>> >> >>> >>วิทยุเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด >>> >>----> >>> >> >>> >>น้ำประปาดื่มได้ >>> >>----> >>> >> >>> >>อาหารเหลือกินได้ >>> >>----> >>> >> >>> >>เสื้อเหม็น รองเท้าเหม็น กางเกงเหม็น ใส่ได้ >>> >>----> >>> >> >>> >>เชื้อราในร่มผ้า >>>เหมือนเครื่องแสดงความเป็นคนจริง >>> >>----> >>> >> >>> >>วิชาที่ต้องอ่านหนังสือ ที่มีตัวหนังสือเกินครึ่งหน้า >>> >>จะถูกพิจารณาในการอ่านหลังสุด ทั้งๆที่อ่านหนังสือนิยาย ได้เป็นเล่มๆ >>> >>----> >>> >> >>> >>7/11 เพื่อนคู่ใจในยามดึก >>> > >>> >>------>เวลานอนสำคัญกว่าแฟน................โดนทิ้งในเวลาต่อมา >>> > >>> >>------>ไม่กล้ามีแฟน เพราะไม่มีใครพอจะรับได้ 555555+ >>> > >>> > >>> > >>> >>--------->A-R-C-H-I-E-C-T-U-R-E<----------------- >>> > >>> >+++++++++++++ บางข้ออาจจะไม่เข้าใจ แต่ชั่งมันเหอะ >>> >เพราะคุณอาจจะไม่ได้เรียนถาปัดไงคับ ไม่ผิดๆ 2005/12/19 OTOP.......เกี่ยวมั๊ยเนี๊ย 555
เพิ่งไปมา ได้เทียนยหอมมาอันนึง กะตะเกียงจุดเทียน...( ตามรูป )
หญิงสีเหลือง เปรียวสีเขยว ส่วนก็เราสีฟ้า...
หอมทุกอันเลยยย....วู้ๆๆ
....ช่วงนี้งานไม่กระเตื้องเลย แง้ๆ...
นี่ก็อีกแค่ 10 วัน ถ้าติดดาวอีกคงแย่แน่ๆ เลย
ไม่อยากทำงานหน้าหนาวเลย ความขี้เกียจเกาะตัวแจเลย
2005/12/5 เธอคือ..คนที่ขาดในชีวิตที่เรียบง่ายนี้ คุณคิดว่าอะไร
...ที่ทำให้เรารู้สึกว่า...มันขาดหายไป??
ลองหาคำตอบในใจของคุณดู...
ชีวิตที่เหลืออยู่... มีกี่ชั่วโมงกัน??
เราทำอะไรไปแล้วบ้าง?...
...Live as if you were to die tomorrow.
Learn as if you wereto live forever.
ใช้ชีวิตเหมือนกับว่าคุณจะตายวันพรุ่งนี้ เรียนรู้เหมือนกับว่าคุณจะอยู่ตลอดกาล
เราชอบโฆษณานี้จัง!!
" ผมอยากมีเวลา...มากกว่านี้
ผมอยากบอกเค้าว่า... "ผมรักเค้ามากทีสุดในโลก."
..อยากขอโทษ...
...อยากฟังเพลงของเค้า....
ก็อย่างที่ผมบอก.. ผมอยากมีเวลา...
< ขณะที่กระจกหน้าแตกกระจาย...
จากการกระแทกอย่างแรง.....ระหว่ารถสิบล้อ - รถกระบะ
....นาฬิกาที่ข้อมือหน้าปัดแตก
ราวกับจะบอกว่า...เวลาของคุณหมดแล้ว
พ่อที่ไม่เคยเข้าใจลูก... แต่ในวันนี้วันที่เค้าเพิ่งจะเข้าใจ..
.....และกำลังจะไปดูคอนเสริ์ตลูกชาย...>
เวลา...ที่จะดูแลเค้ามากกว่านี้.."
2005/12/3 This is.. a life...ถึงแม้ชีวิตจะหลอกลวงคุณ...
ก็อย่าเสียใจหรือโมโหไป..
พอช่วงเวลาที่น่าเศร้าผ่านไป...
..ช่วงเวลาที่มีความสุขก็จะเข้ามาหาคุณ..
ฉันเชื่อว่าความรัก คือ ความหวังเดียวของโลกที่หงอยเหงานี้
ทุกคนที่ฉันน่าจะขอบคุณ ที่อนุญาต ยินยอม
และเปิดโอกาสให้กับความรักของฉัน
ฉัน...รักพวกคุณ
และจะจดจำพวกคุณไว้ตลอดไป....
....ทุกคนที่อภัยให้กับความรักของฉัน
....ฉันรักพวกคุณ
ในโลกที่ไม่มีวันสิ้นหวัง
2005/12/2 รักสุดหัวใจ ฝากไว้ที่บาหลี..รักสุดหัวใจ ฝากไว้ที่บาหลี
--คุณคิดอะไรอยู่.?
..คุณเคยคิดมั๊ยว่าเราจะมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน
..คุณกับผมผ่านอะไรกันมาตั้งเยอะแยะ..
--ฉันรู้..
..เค้าเรียกว่าพรมลิขิต.!!
--นั่นน่ะซิ..ฉันจำได้ว่าฉันพูดกับเค้าไว้อย่างนี้
..คุณ...มีความสุขมั๊ย?
--ฉันกลัว
..กลัวอะไรเหรอ.?
--ฉันรู้สึก.. เหมือนฉันอยู่ในโลก.. ที่ไม่ได้เป็นของฉันน่ะ..
ฉํนมักจะคิดว่า มันคือสวรรค์ที่สวยงาม
..แล้วมันไม่ใช่เหรอ.?
--ฉันไม่รู้หรอก..!!
..คุณห่วงอะไรที่นั่นเหรอ.?
--ไม่ใช่อย่างนั้นนะ.!!
ฉันน่ะ..ไม่มีอะไรให้ห่วงอีกแล้ว..
"..เวลาผมมองตาคุณ ผมรู้สึกถึงความปราถนา
แม้ว่ามันจะดูเศร้าสร้อยก็ตาม..
..ผมสงสัยว่าทำไมคุณถึงไม่มีความสุข..
..แต่ว่าตอนนี้ผมรู้แล้ว
คุณทิ้งหัวใจของคุณเอาไว้ที่นั่น.!!
..ผมกลับไปไม่ได้
และผมก็จะไม่กลับไปอีก..
แต่สำหรับคุณแล้วคุณเป็นอิสระ..
..ผมอยากปล่อยคุณไปแบบนก นกที่มีอิสระ..
ถ้าคุณอยากกลับไป คุณก็ไปเถอะ
ผมจะอยู่ที่นี่รอคุณเสมอ.."
..........................................................................
--ฉันน่ะไม่เคยคิดรักเค้าจนนาทีสุดท้าย..
ฉันอย่ากเก็บหัวใจไว้เป็นส่วนหนึ่งของศักดิ์ศรี
แต่ฉันก็ทำไม่ได้..
.." ฉันขอโทษ "..
ฉันขอโทษคุณจริงๆ..
ปัง ปัง!! เมื่อเสียงปืนสงบลง................................................................
"ฉัน.. รัก.. คุณ.."
............................................................................................................
ย้อนกลับมาฉากแรกที่ทั้ง 3 คนพบกัน
"สวัสดีคะ...ขอต้อนรับสู่เกาะบาหลี...สวรรค์บนดิน วู้...++."..............**
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|